ปรึกษาเราได้ ความจริงใจ คุณภาพและบริการสำคัญที่สุด 
Quality of Product & Service is our keys   
 

ผู้บุกเบิกแก้วมังกรในประเทศไทย ด้วยประสบการณ์มากว่า 20 ปี บนสวน 130 ไร่ รังสิต คลอง 10 จ. ปทุมธานี ทำให้เรารองรับตลาดได้มาก ด้วยการดูแลอย่างพิถีพิถัน จึงทำให้ผลแก้วมังกรมีคุณภาพ นั่นคือ มีขนาดใหญ่ สีสวย รสชาติหอมอร่อย และปราศจากสารเคมีอันตราย อีกทั้งการคัดสรรอย่างมีประสิทธิภาพจึงทำให้เราคัดเลือกเฉพาะแก้วมังกรที่มีคุณภาพเท่านั้นสู่ตลาดทั้งนอกและในประเทศ สวนของเราปลูกแก้วมังกร ได้รับการรับรองคุณภาพจาก Global G.A.P. (รับรองสินค้าระดับโลก) และ Q G.A.P. (การรับรองสินค้าจากกรมวิชาการเกษตร) โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านความปลอดภัย   

เราคอยพัฒนานวัตกรรมเกี่ยวกับแก้วมังกรใหม่ๆอย่างสม่ำเสมอ โดยได้ความร่วมมือจากทางทีมวิจัยจากมหาวิทยลัยเกษตรศาสตร์ จนเกิดเป็นนวัตกรรมใหม่ๆไม่ว่าจะเป็นการดูแลรักษาแก้วมังกรเอง การปลูกนอกฤดู หรือ แม้แต่การแปรรูปแก้วมังกร ทำให้ได้รับความเชื่อมั่นจากหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นทางโทรทัศน์ หรือ นิตยาสาร เพื่อนำความรู้ความเชี่ยวชาญมาแบ่งปันให้กับพี่น้องชาวเกษตรและบุคคลที่สนใจ

 

  

สามารถรับชมรายการย้อนหลังได้ที่ YOUTUBE CHANNEL

20 ปีแห่งประสบการณ์บุกเบิกการปลูกแก้วมังกรในไทย
20 years of experience growing Dragon Fruit in Thailand 


สวนเกษตรแก้วมังกรเก่งกับเฮง  ได้เริ่มก่อตั้งขึ้นในนามสวนเกษตรแก้วมังกร เมื่อปี พ.ศ. 2540 โดยคุณพ่อของ คุณสุทธิศักดิ์ บุณยาคุมานนท์ นั่นคือ คุณไสล  บุณยาคุมานนท์

คุณไสล  บุณยาคุมานนท์ ผู้บุกเบิก สวนเกษตรแก้วมังกร
Mr.Salai Boonyakumanon ( kenny Dragon Fruit farm founder)


คุณไสล เคยทำสวนกล้วยไม้และ ผลิตเพื่อส่งออกไปยุโรป แต่มาภายหลังก็ได้ยกสวนกล้วยไม้ให้แก่น้องชายและซื้อที่ดินที่รังสิตไว้ซึ่งเคยเป็นสวนส้มมาก่อน จึงปลูกส้มไปได้ประมาณ 10 กว่าปี สวนส้มก็เริ่มมีปัญหาเริ่มตาย จึงหันมาปลูกกล้วยหอมอยู่ประมาณ 2ปี ก็ไม่ค่อยจะดีนัก ประกอบกับเศรษฐกิจในช่วงนั้นอยู่ในภาวะวิกฤติ จึงหันมาปลูกต้นแก้วมังกรแทนโดยได้รับคำแนะนำจากผู้ใหญ่บุญชู ประคองแก้วซึ่งเป็นญาติกันและปลูกแก้วมังกรมาก่อนแล้วประมาณ 20ไร่ ที่ศรีราชา ชลบุรีซึ่งแก้วมังกรทีได้มาจากผู้ใหญ่บุญชูนั้นเป็นพันธุ์เวียดนามเนื้อสีขาว เปลือกสีแดง คุณไสลจึงได้เริ่มปลูกแก้วมังกรพันธุ์นี้ไว้ประมาณ 200 ต้น
 
แก้วมังกรพันธุ์วัดอ่างทอง หรือ พันธุ์ไทยมังกรทอง
Angthong dragon fruit species
 

คุณไสลได้ทราบข่าวว่า ที่วัดอ่างทอง อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร มีต้นแก้วมังกรให้ผลดีอยู่ต้นหนึ่ง จึงได้ไปติดต่อขอพันธุ์จากมรรคทายกวัดอ่างทอง ซึ่งต้นแก้วมังกรดังกล่าวขึ้นอยู่ที่โคนต้นก้ามปูขนาดใหญ่เลื้อยไปตามกิ่งก้านของต้นก้ามปูจนเต็มต้น ทุกปีแก้วมังกรต้นนี้จะให้ผลผลิตค่อนข้างดก แต่ไม่มีผู้ใดนิยมรับประทาน  คุณไสลเคยได้รับประทานผลมาก่อนเมื่อสมัยไปรับซื้อดอกกล้วยไม้ที่นำมาส่งที่ท่าน้ำหน้าวัดอ่างทอง ซึ่งมีรสชาติไม่ค่อยอร่อยนัก แต่คุณไสลคิดว่าเกิดจากไม่มีใครดูแลใส่ปุ๋ยรดน้ำ หากดูแลใส่ปุ๋ย รดน้ำอย่างดีก็น่าจะได้ผลแก้วมังกรที่มีรสชาติดี จึงขอเจ้าอาวาสวัดนำแก้วมังกรพันธุ์ใหม่มาปลูกได้ 4,000 ต้นในพื้นที่ 18ไร่เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ปี 2540


นายสุทธิศักดิ์ บุณยาคุมานนท์ (เก่ง) ผู้บริหารสวนเกษตรแก้วมังกร

เมื่อปลูกไปได้ 8 เดือน ต้นแก้วมังกรก็ให้ผลผลิตที่มีรสชาติดีกว่าพันธุ์เวียดนาม จึงได้นำต้นแก้วมังกรไปขอจดทะเบียนสายพันธุ์กับกรมวิชาการเกษตรแล้วได้ขึ้นทะเบียนสายพันธุ์ว่า พันธุ์วัดอ่างทองซึ่งถือได้ว่าเป็นแก้วมังกรพันธุ์แรกของประเทศไทย และเริ่มขยายสวนเป็น 130 ไร่หมือนปัจจุบัน

หนังสือรับรองทะเบียนพันธุ์แก้วมังกรพันธุ์วัดอ่างทอง หรือ พันธุ์ไทยมังกรทอง
certification of new Thai dragon fruit species

 

แก้วมังกรพันธุ์วัดอ่างทองหรือเป้นที่รู้จักกันในอีกชื่อว่าแก้วมังกรพันธุ์ไทยมังกรทอง ทำให้ชีวิตของคุณไสลดีขึ้นและได้รับความนิยมจากทั่วสารทิศ ทั้งรายการโทรทัศน์และนิตยสารต่างๆและเกษตรกรที่เข้ามาเยี่ยมชมสวน จนกระทั่งปี 2546 คุณไสลจึงมอบสวนเกษตรแก้งมังกรให้แก่ คุณสุทธิศักดิ์ลูกชายที่ร่วมทำมาด้วยกัน สืบทอดและพัฒนาสวนเกษตรแก้วมังกรนี้ต่อมาจนปัจจุบันเป็นสวนเกษตรแก้วมังกรเก่งกับเฮง ซึ่งปลูกแก้วมังกรทั้งสิ้น 130 ไร่ มี 3 สายพันธุ์ด้วยกัน ได้แก่  แก้วมังกรพันธุ์เวียดนาม (เนื้อสีขาว เปลือกสีแดง) แก้วมังกรพันธุ์ไต้หวัน(เนื้อสีแดงเปลือกสีแดง) แก้วมังกรพันธ์ุเหลืองทองอิสราเอล(เนื้อสีขาวเปลือกสีเหลือง) จำหน่ายกิ่งพันธุ์และผลผลิตแก่ผู้ที่สนใจ ตลาดภายในประเทศและผู้ประกอบการเพื่อการส่งออก

With more than 20 years experience growing dragon fruit in Thailand on 52 acres farm in Pratumthani, Thailand. With Certified E.U. GAP and Global GAP Quality, Kenny provide the best quality Dragon Fruit for both domestically and Internationally.

Our KennyDragon Fruit farm is established in 1997 by Mr. Salai  Boonyakumanon (Kenny’s father). Mr. Salai have succeeded from growing and exporting orchid to European countries before, After that he gave his business to his brother and buy the new land that used to be an orange orchard. After He kept on doing orange business  for ten years, there was a problem caused by the acid soil so that orange trees gradually die each by each so he decided to grow banana instead for two year later on. At that time there was a huge economic crisis in Thailand in 1997, His friend Mr.BoonChu Pracongkeaw who just started to do dragon fruit business in Thailand suggested him to grow dragon fruit. Mr. Salai was interested and thought that it could help him get through this economic crisis therefore begin to grew 200 white flesh dragon fruit trees in his farm.

Afterwards, Mr.Salia found that there is another species at Wat Ang Thong temple in Samutsakorn. It was ignored and snuggle on the very big tree. Every year this Dragon Fruit produced large amount of fruits but it tastes flat therefore no one care about it. He thought that from his experience, the reason why it tastes flat is that no one put fertilizer and water on it.  He ask for permission from abbot to take some of it to grow in his own farm. 4000 Dragon Fruit trees were culivated on the 7.2 acre of his farm on AUG 12, 1997

From that day on, he applied his experience from growing orchid and orange, learn and watch  to optimize the product from dragon fruit, trails and error until 8 months passed, new species(we called it Thai species) produces fruit and gives much more products and also have better taste than the old species he get from his friend(we called it Vietnam species).He registered this new species with the ministry of agriculture named Wat ang Thong species which is the first Dragon Fruit species in Thailand and expand growing Dragon Fruit trees on all over 52 acres of his farm.

Ang thong species is known in the name of Thai golden dragon Dragon Fruit. It made his life better and better and become well-known by TV program and magazine. In 2003, Mr.Salai decided to retire himself and gave this business to his son, Kenny, who had been growing dragon fruit with him for six years He has been managing this dragon fruit business until now with new marketing style and more growing technique from research by agricultural major’s student from Kasetsart university. He also applied agricultural technologies such as how to grow Dragon Fruit in its out of season, how to reduce using chemical insecticide and fertilizer by changing to organic way but still productive, more safety and less cost. Now we grows 2 species in our 52 acres farm, which are 1.white flesh, red skin and 2. Red flesh, red skin (new species). Tree and product can be purchased at our farm for both domestic and foreign countries.

Powered by MakeWebEasy.com